รวบ

ช่วงที่ผ่านมาแม่ขี้เกียจมากในการอัพไดอะรี่

ขี้เกียจถ่ายรูป

ขี้เกียจโหลด

ขี้เกียจย่อ

ขี้เกียจใส่บัคเก็ต

ขี้เกียจแปะ

กรั่กๆๆ

ขั้นตอนเยอะแสรด

 

มารวบรวมทีเดียวเลยดีก่า

 

ส่งท้ายปีเก่าของครอบครัวเรา จบไม่ค่อยสวยนัก

มีแต่เรื่องแย่ๆ ห่วยๆ

 

เรื่องแรก คัทยาหัวเจาะ

เจ้าหนูน้อยจิงโจ้ของแม่ วันๆกระโดดดึ๋งๆๆ

คืนเกิดเหตุ หนูกระโดดเล่นบนโซฟาตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ หนูตก หัวฟาดโต๊ะค่ะ

แสรดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เลือดไม่รู้มาจากไหน ไหลทะลัก พลั่กๆๆๆๆ ยังกะก๊อกแตก

รวบ

รวบ

รวบ

รวบ

ยังดีที่เลือดหยุดไหลพอมองเห็นแผลว่าไม่น่าเป็นไรมาก เลยไม่ได้ไปหาหมอ รอเช้าก่อน เพราะไม่อยากเจอหมอเวร อยากให้เจอหมอเด็กประจำตัวหนูมากกว่า

แม่เลยแปะพลาสเตอร์ให้ หนูก็นอนร้องไห้จนหลับไป

รวบ

คืนนั้นแม่แทบไม่ได้นอน คอยเช็คว่าหนูมีไข้มั๊ย หรือมีอะไรผิดปกติบ้าง

เลือดยังไหลซึมออกมาเล็กน้อย เปื้อนหมอน แต่หนูหลับปกติดี

เช้ามาคัทยาตื่นหลังจากที่ป๊าไปทำงานแล้ว

หนูร่าเริงเหมือนเดิม ไม่ซึม ไม่อาเจียน ตาไม่ลอย

ค่อยยังชั่ว

แม่เลยขอหนูแกะดูแผล

อืม แผลไม่สวยนัก เลือดยังซึมออกมาอยู่ ดูน่ากลัว เลยพาหนูไปหาหมอดีกว่า

รวบ

รวบ

ยังยิ้มได้ 555

รวบ

ไปถึงหมอเอากาวมหัศจรรย์หยอด เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น พอหยอดกาวเสร็จ บีบปากแผลค้างไว้2-3นาที แผลติดกันสนิทเลยอ่ะ

รวบ

เริ่ด

หมอว่าไม่เป็นไรมาก

ค่อยยังชั่ว

ขากลับเราเดินกลับบ้านเอง ใครเดินสวนมาไม่ได้ คัทยาต้องเรียกให้เค้าหยุด แล้วโชว์แผล กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก แถมพูดเกินความจริงด้วย บอกใครๆว่าถูกฉีดยา 555 แม่ต้องคอยบอกว่าไม่โดน

 

เรื่องต่อมา คัทยาหาย!!!!!!!

ก่อนวันคริสมาสเล็กน้อย พวกเราไปเดินหาซื้อของขวัญแจกญาติมิตรในห้างแห่งหนึ่ง

รวบ

ก่อนจะสอยของขวัญ เราก็พุ่งไปดูรองเท้าให้หนูก่อนเลย ร้านรองเท้าใหญ่มากมาย มีทั้งรองเท้าเด็ก-ผู้ใหญ่ เป็นสิบๆชั้น แต่ละชั้นสูงท่วมหัวแม่

ข้างๆชั้นรองเท้าเด็ก มีทีวีและเก้าอี้ให้นั่งดู คัทยาก็เดินไปดูทีวี แม่หันไปปรึกษากะป๊าแป๊บเดียวว่าเอาคู่ไหนดี ย้ำว่าแป๊บเดียวจริงๆ ประมาณ 30 วิ หันมาอีกทีคัทยาไม่อยู่ตรงทีวีแระ

ไม่มีใครเอะใจ เพราะคัทยาไม่เคยเดินไปไหนไกลๆ เราก็เรยตามหาในร้าน วนไปวนมา หาทุกซอกก็ไม่เจอ แต่ยังไม่ตกใจ หาต่อ ยังมั่นใจว่าอยู่ในร้านนั่นแหล่ะ

ป๊าให้แม่ยืนตรงทางออก แล้วป๊าเดินไล่จากหลังร้านไปหน้าร้าน จนถึงทางออกก็ไม่มี แม่เริ่มใจหาย คิดในใจว่า มานออกไปนอกร้านแร้น

แม่วิ่งออกจากร้านโดยไม่บอกป๊า วิ่งไปร้านก่อนหน้า ที่คัทยาไปเล่นสไลเดอร์ ก็ไม่มี หาแถวๆหน้าร้านก็ไม่มี กลับไปในร้านอีกทีก็เจอแต่ป๊า ไม่เจอคัทยา

เอาแล้ว ทำไงดีล่ะทีนี้ แม่วิ่งออกตามหาในชั้น2นั้น ก็ไม่มี ลงไปดูชั้น1ก็ไม่มี จริงๆหาไม่ทั่วหรอก เพราะตื่นเต้นมาก วิ่งล่กๆๆๆ วิ่งไปก็คอยฟังเสียงเด็กร้อง กะว่าคัทยากะลังร้องไห้หาแม่แน่ๆ วิ่งไปก็คิดไปต่างๆนาๆ คิดถึงขนาดที่ว่า นี่ความฝันหรือเรื่องจริง ตื่นได้แล้วๆ

แม่วิ่งกลับไปที่ร้านรองเท้าด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่า ป๊าได้ตัวหนูแล้ว

ไม่มี!!!!!!!!!!

แม่เห็นแต่ภาพป๊ากะลังวิ่งหน้าเหลอหลาอยู่เช่นกัน

แม่วิ่งออกไปใหม่ ตามหาอีกรอบ มองลงไปชั้น1 เผื่อเจอคัทยาเดินวนอยู่ ก็ไม่เห็น เห็นแต่ป๊ากะลังวิ่งๆๆๆๆ พอป๊าเห็นแม่ ป๊าตะโกนว่า คัทยาอยู่ร้านกาแฟชื่อไรซักอย่างจำไม่ได้

ความหวังเริ่มมี แม่วิ่งลงไปชั้น1 ตามหาร้านกาแฟที่ว่า

ไม่มีใครรู้จักร้านนี้ซักคน อะไรกันนี่ เราลองเข้าไปถามพนักงานขายขนมปังเค้าก็ไม่รู้จัก โชคดีมีลูกค้าคนนึงได้ยิน เลยบอกว่า อ๋อ ร้านนั้นมานร้านช็อคโกแล๊ต ไม่ใช่คาเฟ่ อยู่ตรงประตูทางออก

แม่วิ่งไปที่ร้านนั้นโดยไม่เหน็ดเหนื่อย คิดอย่างเดียวว่าเราต้องไปถึงให้เร็วที่สุด คัทยากะลังร้องไห้และขวัญเสียอยู่แน่ๆ

พอไปถึงร้านนั้น เห็นคัทยากะลังเพลินกะการดูช็อคโกแล๊ตและพาลีนสวยๆ -*-

แม่เรียกคัทยา คัทยาเดินมาหาแม่ แม่กอดคัทยาไว้ แล้วขอบคุณคนขายที่เจอคัทยาแล้วโทรแจ้งรปภ.ของห้างให้ พอดีเค้ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ เลยไม่ได้ซักถามว่าเจอคัทยาที่ไหน ยังไง

แม่เริ่มร้องให้ คัทยาบอกว่า "Mama, ruhe nicht weihnen" (แม่เงียบ ไม่ร้องไห้นะ)

แม่ถามป๊าว่ารู้ได้ไงว่าหนูอยู่ที่นั่น ป๊าบอกว่าให้คนที่ร้านรองเท้าโทรไปหารปภ.ให้ ว่าทำไงดี ลูกหาย โชคดีที่เพิ่งมีคนโทรมาแจ้งว่าเจอเด็กหลง ลักษณะเดียวกะหนูเรย ใช่แน่ๆ

เวลาทั้งหมดประมาณครึ่งชม. เป็นครึ่งชม.ที่ยาวนานที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ ต่อจากวันนั้น แม้แต่ 1 วิ แม่ก็ไม่ละสายตาจากหนูอีกเลย ไม่อยากคิดว่าถ้าหนูหายไปจริงๆ ชีวิตแม่กะป๊าจะเป็นยังไง ต่อจากวันนั้น คัทยาก็ระวังมากขึ้นเช่นกัน เวลาไปไหน มองไม่เห็นแม่แป๊บเดียว ตะโกนลั่น Mama Mama +++ กร๊ากกกกกกกกกกกกก เรียกทุก 30 วิ

 

เรื่องที่3 เรื่องเศร้าๆของญาติป๊า

ก่อนวันคริสมาสอีฟ 1วัน ญาติป๊าที่ไม่ได้เจอกันเป็น10ปี มากดกริ่ง ป๊าแปลกใจพอควร ว่ามาไง

ป๊าเชิญเค้าเข้ามา แล้วก็นั่งคุยกัน เค้ามาขอความช่วยเหลือ เรื่องราวของเค้ามันยาวและเศร้าเหลือเกิน ทำเอาแม่หดหูไปหลายวัน ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องอะไรของพวกเรา แต่เราก็สงสาร และช่วยเต็มที่ เท่าที่เราจะทำได้

รายละเอียดไม่ขอเล่าในไดฯหนูนะลูก

 

เรื่องที่ 4 ฮีทเตอร์เสีย

แสรดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

หนาววววววววววววววววววววววววววววววโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

คริสมาสคนหยุดงานกันหมด ไม่มีใครซ่อม ป๊าต้องซ่อมมั่วๆเอง555 แต่หายแฮะ

 

เฮ่อ มีแต่เรื่องห่วยๆ แย่ๆ ส่งท้ายปี

แม่ได้แต่คิดไปว่าบุญเก่าที่แม่ทำไว้มันหมดน่ะ กรั่กๆๆๆ

ยังดีที่มีญาติป๊ามาให้แม่ทำบุญและทำทานถึงที่บ้าน การให้นี่มานมีความสุขใจมากกว่าการรับมากมายนะลูก จำไว้ ต่อให้หนูได้ของขวัญคริสมาสเป็นสิบๆอย่าง หรือจะได้ของมีราคาแค่ไหน หนูจะไม่มีความสุขเท่ากับการที่หนูได้ช่วยเหลือคนที่เค้ากำลังลำบาก แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆก็ตาม วันนึงหนูจะรู้ว่าแม่พูดจริงไม่เว่อร์

แม่ได้สอนให้ญาติป๊ารู้จักกับธรรมมะ เผื่อใจเค้าจะสงบขึ้นบ้าง น่าแปลก ที่เค้าสนใจมากๆ โดยเฉพาะเรื่อง "สัจธรรม" และการยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมีสติ

เรื่องร้ายๆผ่านไปแล้ว หวังว่าปีนี้คงมีแต่เรื่องดีๆเข้ามาในครอบครัวเรานะคะ

 

 

เพลงนี้ขอมอบให้ลุง Werner ญาติป่าป๊า(จะฟังออกม้าย)

     Share

<< Christmas market >>

Posted on Sat 12 Jan 2008 5:12

Comment
And I thought I was the sensible one. Thanks for setting me sthrigat.
Jordan   
Fri 20 Sep 2013 7:29 [5]
 

I thank you humbly for shanrig your wisdom JJWY
Magaji   
Wed 18 Sep 2013 23:23 [4]
 

This article acviheed exactly what I wanted it to achieve.
Buffee   
Wed 18 Sep 2013 17:41 [3]
 

^___^
poohaum   
Fri 31 Oct 2008 2:31 [2]

อืมม อ่านแล้วได้ความคิดดีๆอีกเยอะเลย (ชอบเพลงด้วย) เห็นรูปอ่านเรื่องแล้ว สงสาร คย แต่สงสารแม่คยด้วยเพราะเวลาลูกเกิดเรื่องนี่แม่เจ็บมากกว่าอีก ไม่ต้องคิดมาก กลับมาฉลองปีใหม่ กับความโชคดีและความสุขที่รออยู่จ้า
บิ๋ม   
Sun 13 Jan 2008 0:46 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh